“ตั้งแถวปรบมือให้เกียรติแชมป์”ของแชมป์เก่าอย่างแมนฯซิตี้

ที่จะทำให้ผู้เล่นทีมลิเวอร์์พูลมากกว่าสิ่งอื่น แต่พอหลังจบเกมนี้ไปแล้วเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเล็กและแทบจะถูกลืมไปเลยทีเดียวครับ ก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้น โฟกัสของแฟนๆ ในเกมๆ นี้น่าจะอยู่ที่การ “

ตั้งแถวปรบมือให้เกียรติแชมป์” (guard of honor) ของแชมป์เก่าอย่างแมนฯซิตี้ ที่จะทำให้ผู้เล่นทีมลิเวอร์์พูลมากกว่าสิ่งอื่น แต่พอหลังจบเกมนี้ไปแล้วเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเล็กและแทบจะถูกลืมไปเลยทีเดียวครับ ผมมีความเชื่อเหลือเกิน ว่าแฟนๆ ลิเวอร์พูลส่วนหนึ่งที่อยากให้แต้มขาดก่อนจะถึงเกมนี้มีเหตุผลอยู่ไม่กี่อย่างครับ เหตุผลหนึ่งคือ dangeroustimes.net อยากสบายใจที่มันสามารถการันตีได้แบบ 100% เสียทีว่าทีมรักของพวกเขาจะได้แชมป์อย่างแน่นอน แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็น่าจะเป็น “อยากเอาคืน” หรือ “เพื่อความสะใจ” ที่จะได้เอาคืนแชมป์เก่าอย่างแมนฯซิตี้ ที่เมื่อปีก่อนพวกเขากระชากแชมป์ไปจากอ้อมกอดของลิเวอร์พูลหน้าตาเฉยทั้งๆ ที่ผลงานของทีมลิเวอร์พูลเข้าขั้นสุดยอดและทำได้ถึง 97 คะแนนแล้วก็ตาม แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อการคว้าแชมป์ เพราะแมนฯซิตี้ของเป๊ปนั้น ยังเหนือกว่าพวกเขาอยู่อีก 1 ขั้น

เพราะแบบนั้นการทำให้แชมป์เก่าที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาตั้งแถวปรบมือให้แบบนี้ มันเป็นการเอาคืนที่น่าจะชะล้างเอาความเสียใจที่เกิดขึ้นในฤดูกาลก่อนออกไปจากใจของพวกเขาได้ระดับนึงเลยทีเดียว

แต่กระนั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะยอมรับความพ่ายแพ้ในฤดูกาลนี้ การกระทำแบบนี้มันก็ไปช่วยกระตุ้นให้อาการ “อยากทำลายแชมป์” ของพลพรรคเรือใบให้พุ่งถึงจุดสูงสุด และพวกเขาเองก็ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขายังเป็นทีมที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกอยู่เสมอให้เห็นในเกมนี้ให้ได้

เกมนี้ลิเวอร์พูลไม่ได้ตั้งใจจะโยนเกมอะไรแบบที่คิดกันหรอกครับ พวกเขาเองก็เล่นเต็มที่แล้ว เพียงแต่…. ยังไงก็ต้องไม่ลืมว่านี่เป็นการมาเยือน “ทีมที่ดีที่สุด” ในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้อยู่ดีนั่นแหละ เกมนี้พวกเขาเริ่มต้นได้วูบวาบกว่าด้วยซ้ำและเกือบจะได้ออกนำไปก่อนจากจังหวะ 2 ครั้งซ้อนๆ ของโม ซาล่าห์ แต่ดูเหมือนว่าอะไรๆ ก็ยังไม่เป็นใจให้กับว่าที่แชมป์เสียทีเดียว vxbet365 จึงทำให้เกมยังเสมอกันอยู่ในช่วงต้นเกม ซึ่งถ้าสังเกตดูสีหน้าและแววตาของผู้เล่นทั้งสองทีม ก็แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนเหมือนกัน ทางฝั่งลิเวอร์พูลเองถึงแม้จะเล่นเต็มที่แล้วแต่ก็ดูจะผ่อนคลายและดูเหมือนว่าจะมีมวลความสุขตลบอบอวลออกจากใบหน้าและแววตาของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้พลาดโอกาสไปแต่ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังมีรอยยิ้มและมีความสุขฉาบใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด ผิดกับผู้เล่นแมนฯ ซิตี้ที่ดูจะมุ่งมั่นและจริงจังกว่าอย่างเห็นได้ชัด

และทั้งจากเรื่องสมาธิและความมุ่งมั่นดังกล่าวมันก็ส่งผลให้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญในเกมนี้ขึ้นมาจนได้ เมื่อโจ โกเมสไปเสียท่าในการดวลตัวต่อตัวกับราฮีมม สเตอริ่ง โดยการไปเหนี่ยวรั้งนานเกินไปนิด จนกรรมการต้องเป่าฟาวล์อย่างช่วยไมไ่ด้จริงๆ และเมื่อลิเวอร์พูลเสียจุดโทษและโดนนำไปก่อนจากการยิงอันเฉียบขาดของเควิน เด บรอยน์